เพื่อนบ้านผวา เห็นสองผัวเมียเผายางช่วงกลางคืนสี่วันติด ก่อนจะมีตำรวจมาที่บ้านแล้วขุดพบชิ้นส่วนร่างกายของน้องแอน หลังมาทวงหนี้แล้วหายตัวไปนับ 10 วันมาพบอีกทีถูกฆ่าหั่นศพไปแล้ว โดยตอนนี้เพื่อนบ้านผวาเพราะได้ยินเสียงหมาหอนตอนกลางวันยังเคยเอ่ยปากต้องมีใครตายแล้วแล้วก็มีศพติดกับบ้านจริงๆ ขณะเดียวกันนักข่าวชาวบ้านรอชมการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพราะสงสัยว่าผู้ต้องหาฝ่ายหญิงคือนางสาวมิ้ว เคยเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาลน่าจะพอรู้ในด้านการรักษาอวัยวะหรือสภาพศพมาบ้าง จึงสามารถเก็บศพได้นับ 10 วันก่อนทยอยออกมาทำลาย

วันที่ 23 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าบ้านพักของ นางสาวภัทราภรณ์ ลำจวนอายุ 21 ปี หรือมิ้ลค์ บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 ต. ดอนรวก อ. ดอนตูม จ.นครปฐม หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขุดพบร่างของ นางสาวปิยะวรรณ พงษ์เภา อายุ 22 ปี ชาวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมหลังจากมาทวงเงินแล้วหายสาปสูญไปตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 รายคือ นางสาวภัทราภรณ์ ลำจวนอายุ 21 ปี หรือมิ้ลค์ และนายณรงค์ชัย สุวรรณแก้ว หรือ เลย์ อายุ 26 ปี สองสามีภรรยา ขณะกำลังร่วมเพศกันในโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นประเด็นที่ชาวบ้านใรพื้นที่ ตำบลดอนรวก ได้เกิดความแตกตื่นกับเหตุการณ์เพราะทราบพฤติกรรมว่าทั้งคู่ทั้งลงมือฆ่าและช่วยกันหั่นศพนำไปเผาและแยกชิ้นส่วนไปทิ้งในคลองชลประทานไม่ห่างจากบ้านพักซึ่งมีระยะห่างจาก ตู้พักสายตรวจตำบลดอนรวก ไม่ถึง 200 เมตร
โดยจากการเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำสายกั้นมาปิดบริเวณทางเข้าบ้านด้านซ้ายซึ่งเป็นช่องทางเดินไปถึงห้องพักของผู้ต้องหาทั้งสองและที่หลังบ้านจุดที่มีการนำศพไปฝั่งดินและมีการขุดพบชิ้นส่วนไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งพบว่าห้องที่มีการก่อเหตุและคาดว่าอาจจะเป็นที่เก็บศพของผู้ตายไว้จะอยู่ติดกับริมคูน้ำที่ติดกับบ้านเพื่อนบ้านโดยมีลักษะรกและด้านหลังมีการเลี้ยงวัวและไก่ในพื้นที่บ้าน ซึ่งคนในบ้านก็ไม่ได้มีใครเดินออกมาในพื้นที่เขตหวงห้ามดังกล่าว
นางนงเยาว์ อายุ 55 ปี ชาวบ้านที่มีบ้านติดกันบอกว่า ตนเองเพิ่งทราบเหตุว่ามีการฆ่ากันตายในพื้นที่ติดกัน ซึ่งเมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเพราะเกิดความวิตกหวาดกลัวต้องให้ลูกชายมานอนเป็นเพื่อน โดยก่อนหน้าพบว่าทั้งนายเลย์และนางสาวมิ้ลค์ จะเป็นคนที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องดังกล่าวแต่จะมีการผิดสังเกตก็เมื่อไม่กี่ที่ผ่านมาโดยเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ประมาณวันที่ 14 มีนาคม ตนเองได้เห็นมีการจุดไฟพร้อมกับเผายางไปด้วยในช่วงประมาณสองถึงสามทุ่มเป็นเวลาสี่วันติดซึ่งทำให้บริเวณดังกล่าวมีกลิ่นเหม็นควันยางไปคละคลุ้งซึ่งก็กำลังจะอ้าปากถามว่าเผาอะไรแต่กลัวเป็นการละเมิดรบกวนเพื่อนบ้านจึงไม่ได้ถาม จากนั้นเมื่อวานนี้ก็มีตำรวจเข้ามาและมีการขุดพบศพในพื้นที่ดังกล่าวทำให้ตนเองเกิดความตกใจและหวาดกลัว ซึ่งไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับพื้นที่ติดกันและห่างจากบ้านตัวเองไม่กี่เมตร แต่ก็ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเพราะว่าคนในบ้านดังกล่าวจะปิดตัวเงียบไม่ค่อยยุ่งกับใครโดยเฉพาะสองคนผัวเมียซึ่งมาอยู่กันในพื้นที่ดังกล่าวประมาณหนึ่งปีก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย
ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ตนเองได้เห็นขี่อยู่ประมาณสองถึงสามวันซึ่งก็ให้ญาติไปถามเค้าก็บอกว่าไปซื้อต่อจากคนอื่นมาในราคาไม่แพงซึ่งเราเองก็ยังบอกไปว่าถ้ามีซื้อรถจักรยานยนต์ในราคาถูกก็ให้หามา ให้เราบ้างไม่คิดว่าจะเป็นรถของคนตายที่มาถูกก่อเหตุที่นี่
“เราเห็นน้องมิวมาตั้งแต่เด็กก็เป็นเด็กน่ารักดีไม่มีอะไรและไม่คิดว่าจะเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมได้ถึงขนาดนี้แต่ก็รู้ว่ามีพฤติกรรมความแสบในเรื่องการใช้เงินอยู่หลายอย่างเป็นที่รู้กันของชาวบ้านตามที่เป็นข่าวแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่มาเกิดเหตุแบบนี้ชาวบ้านหลายคนก็สายหัวและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในชุมชนของเราเพราะนี่คือข่าวใหญ่ที่โหดร้ายครั้งแรกในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลดอนลวก” นงเยาว์ อายุ 55 ปี กล่าว
ขณะเดียวกันที่ศาลาชุมชน หมู่ที่ 5 ตำบลดอนรวก ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของผู้สูงอายุและคนในชุมชนได้มีการมานั่งพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวางและคิดว่าน่าจะเป็นเหตุที่รุนแรงและไม่น่าจะเกิดขึ้นในชุมชนซึ่งอยู่มาหลายชั่วอายุคนก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และมีการตั้งประเด็นในข้อสงสัยว่าหากมีการสังหารน้องแอนในวันที่ 4 มีนาคม และเริ่ม มีการจุดไฟเผาในวันที่ 14 มีนาคม ก็อาจเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาฝ่ายหญิงเคยเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาลในห้องทำคลอดน่าจะมีความรู้บ้างในเรื่องของการเก็บรักษาศพซึ่งอาจจะมีการแยกชิ้นส่วนและมีการนำมาเผาอำพรางทีละชิ้น ซึ่งสอดคล้องกับการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรีมาติดตามตัวไปสอบปากคำหลังจากน้องแอนหายตัวไปทำให้ทั้งคู่อาจจะมีการเริ่มเผาอำพรางศพในการหลบหนีความผิด
ส่วนที่บริเวณคลองชลประทานในชุมชนซึ่งอยู่ติดกับ ที่พักสายตรวจตำบลดอนรวก สถานีตำรวจภูธรดอนตูม ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมนำนักประดาน้ำออกดำค้นหาชิ้นส่วนอวัยวะของน้องแอนแต่ยังไม่พบกระทั่งช่วงหัวค่ำได้มีการยุติการค้นหา ซึ่งในวันนี้ยังไม่ได้มีการออกงมหาเหมือนเดิมเพราะสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้และมีการสอบปากคำไปแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ยากในการติดตามหาอวัยวะดังกล่าวเนื่องจากหากมีการนำไปทิ้งน้ำตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ก็อาจเป็นไปได้ว่ากระแสน้ำที่ถูกปล่อยมาจากกรมชลประทานอาจจะพัดพาชิ้นส่วนออกไปไกลจากพื้นที่มากแล้วเพราะเมื่อ 10 กว่าวันก่อนได้มีการเปิดน้ำเต็มระบบทำให้ระดับน้ำของคลองชลประทานสูงขึ้นและมีความเชี่ยวอยู่ตลอดเวลาโดยอาจจะมีการติดตามค้นหาที่ปลายทางอีกครั้งหนึ่ง หลังจากมีการสอบปากคำอย่างละเอียดแล้ว ขณะที่สื่อหลายสำนักก็ได้พยายามเกาะติดในพื้นที่ที่มีการก่อเหตุว่าอาจจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองที่รับสารภาพแล้วว่าก่อเหตุเพื่อต้องการล้างหนี้มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพซึ่งหลายคนอยากทราบถึงวิธีการสังหารและแยกชิ้นส่วนของร่างกายรวมถึงการนำอวัยวะแต่ละชิ้นแยกไปทิ้งไว้ที่ไหนบ้างซึ่งเป็นเหตุที่ประชาชนสะเทือนขวัญกับเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป
Discussion about this post